Skip to Content

AITกำไรโต77.26 %

AIT แรงไม่มีตก ผลประกอบการไตรมาสแรกจากงบการเงินรวม กวาดรายได้ 1,121.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 118.50% ขณะที่กำไรสุทธิ 3 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 95.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.26% เผยได้รับแรงหนุนจากลูกค้าหลัก ทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์   อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรก ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2554 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,121.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น608.48 ล้านบาท หรือ 118.50% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 513.49 ล้านบาท สาเหตุเนื่องมาจากโครงการส่วนใหญ่ที่แล้วเสร็จในช่วงไตรมาส1 ปี 2554 มีขนาดใหญ่กว่าโครงการที่แล้วเสร็จในช่วงเดียวกันของปี 2553 จึงส่งผลให้บริษัทรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะเดียวกันกำไรสุทธิอยู่ที่ 95.65 ล้านบาท พิ่มขึ้น 41.69 ล้านบาท หรือ 77.26% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2553 ซึ่งบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 53.96 ล้านบาท สาเหตุเนื่องมาจากรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้กำไรสุทธิสูงขึ้นตาม

“ลักษณะการรับรู้รายได้ของเอไอทีโดยปกติแล้วจะขึ้นอยู่กับการส่งมอบงานแต่ละงวดของแต่ละโครงการ ซึ่งอาจมากน้อยต่างกันในแต่ละไตรมาส ทั้งนี้ ถึงแม้ไตรมาสแรกปีนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่หากเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะมีรายได้ทั้งปี 5,000 ล้านบาท ก็คาดการณ์ว่ารายได้ที่ทำได้ในไตรมาสแรกยังไม่น่าจะเป็นไตรมาสที่ทำรายได้สูงสุดของปีนี้เมื่อเทียบกับอีก 3 ไตรมาสที่เหลือ” นายศิริพงษ์กล่าว

ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AIT เปิดเผยตัวเลขของงานในมือ (Backlog) ด้วยว่า ณ สิ้นปี 2553 มีงานในมือประมาณ 2,600 ล้านบาท รับรู้รายได้ในไตรมาสแรกปีนี้กว่า 1,121.97 ล้านบาท แต่ก็ได้งานใหม่เติมเข้ามาในจำนวนใกล้เคียงกัน ทำให้งานในมือปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2,500-2,600 ล้านบาท  เมื่อมองถึงงานภาครัฐและเอกชนที่บริษัทฯ จะได้รับอีกในอนาคต ทำให้มีความเป็นไปได้สำหรับเป้าหมาย 5,000 ล้านบาทที่ตั้งไว้ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะพยายามดูแลค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิให้ใกล้เคียงกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 8-10%

สำหรับปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้รายได้และกำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสการเติบโตในอนาคต ก็เนื่องจาก AIT เป็นบริษัทฯ ที่ชำนาญการด้านการวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ถือว่ามีขนาดใหญ่พอที่จะรับงานใหญ่ๆ ประกอบกับการเป็นพันธมิตรระดับ Gold Partner กับซิสโก้ ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านอุปกรณ์เครือข่าย (Networking Solutions) ระดับโลก ทำให้มีโอกาสได้งานทั้งจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ งานส่วนใหญ่ยังเป็นโครงการของภาครัฐ อาทิเช่น บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)  โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมกับบมจ.ทีโอที ให้บริการให้เช่าอุปกรณ์สื่อสาร Router พร้อมส่วนควบต่างๆ เพื่อให้บริการแก่สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ตามโครงการจัดทำระบบการให้บริการประชาชน ด้านทะเบียนและบัตรประชาชน ประมาณ 1,170 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงได้รับเลือกจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้เป็นผู้ดำเนินการวางระบบสารสนเทศ (IT) ในอาคารสำนักงานแห่งใหม่ 25 ชั้น ของการกีฬาแห่งประเทศไทย

นายศิริพงษ์กล่าวด้วยว่า การเติบโตดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ  AIT ที่พยายามรักษาและพัฒนาคุณภาพการให้บริการกับลูกค้าเดิม รวมทั้งการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ให้สามารถแข่งขันราคากับรายอื่นได้ในการประมูลงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งแสวงหาลูกค้ารายใหม่ๆ เพื่อขยายฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้เป็นอย่างดี

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจในปี 2554 นั้น เชื่อว่า ตลาดด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุน จากทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ต่ำกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้จากงานบริการ ซึ่งจะเป็นการรับรู้รายได้ที่สม่ำเสมอ


“แดซอง-Big Bang” ควบเก๋งทับคนขับมอเตอร์ไซค์ดับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจของเกาหลีใต้ ได้ออกมาแถลงถึงอุบัติเหตุร้ายแรง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 31 พ.ค. และมีศิลปินหนุ่ม “แดซอง” แห่งวง Big Bang เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย

จากการแถลงของเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจยงดงโป ได้ให้รายละเอียดถึงอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 31 พ.ค. ที่สพานยองฮวา เมื่อไอดอลหนุ่ม แดซอง แห่งวง Big Bang ได้ขับรถทับคนขับรถมอเตอร์ไซค์รายหนึ่ง ซึ่งนอนหมดสติอยู่จากอุบัติเหตุซึ่งเกิดก่อนหน้านั้นแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้รายละเอียดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “แดซองได้ละเมิดต่อหน้าที่การขับขี่ปลอดภัย … โดยในช่วงเวลาประมาณ 1:28 น. เขาขับรถในเลนแรกบนถนนจากฮัปจองดง ที่เป็นเส้นทางไปยองพยองดง ในถนน 4 เลน ด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ในถนนที่จำกัดความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) นอกจากขับทับคนขับมอเตอร์ไซค์ที่หมดสติอยู่แล้ว เขายังขับไปชนรถแท็กซี่ที่จออยู่ในบริเวณนั้นด้วย ”

รายงานข่าวยังระบุว่าก่อนหน้าที่ไอดอลหนุ่มคนดังจะขับรถมาถึงบริเวณเกิดอุบัติเหตุ คนขับรถแท็กซี่ได้ขับมาถึงบริเวณดังกล่าว และหยุดรถเพื่อลงมาดูอาการของคนขับรถมอเตอร์ไซค์รายหนึ่ง ที่หมดสติอยู่บนพื้น และมีเลือดไหลออกมาจากศีรษะ หลังจากถูกรถยนต์คันหนึ่งชนนั่นเอง

โดยยังมีข้อมูลที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับคดีครั้งนี้อยู่อีกหลายประเด็น รวมถึงคำถามที่ว่า คนขับรถมอเตอร์ไซค์ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นแล้วหรือไม่

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กล่าวถึงการทำคดีว่า “เราจะหาหลักฐานเพิ่มเติมจากกล้องวงจรปิด CCTV บริเวณรอบ ๆ ที่เกิดเหตุ และจะอาศัยพยานบุคคล รวมถึงรายงานการชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิตจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ด้วย”

ขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุขึ้น YG Entertainment ต้นสังกัดของ แดซอง และ Big Bang ก็ออกมาแถลงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ยืนยันว่านักร้องหนุ่มรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก …

“แดซองตกใจและเสียใจกับอุบัติเหตุที่เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ครั้งนี้มาก เขากังวลกับผู้บาดเจ็บจนถึงกับร้องไห้เลย” ตัวแทนของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่กล่าว

กทม.รับมือจราจรช่วงเปิดเทอม เร่งดันโมโนเรล-ขอ ขสมก.

กทม.จัดเทศกิจ 671 นาย ดูแลการจราจรหน้าโรงเรียนดัง ลดปัญหารถติดเปิดเทอมใหญ่ 18 พ.ค.นี้ ขณะที่ “สุขุมพันธุ์” เตรียมขึ้น ฮ.ตรวจสภาพจราจรตลอดเส้นวิภาวดีรังสิต-ถ.สามเสน และใช้ CCTV รายงานการจราจรช่วยประชาชนวางแผนการเดินทาง “ธีระชน” ยัน ผลักดันรถไฟฟ้าโมโนเรล ไลท์เรล ให้รัฐบาลหน้าอนุมติ พร้อมแฉใครตัวดึงเช็งทำเรื่องไม่คืบหน้า เตรียมขอ ขสมก.มาบริหารเองตามกฎหมายกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นปี 2552

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.และ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะนำสื่อมวลชนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสภาพการจราจรในวันเปิดภาคเรียนเวลา 07.00 น.ณ สนามบินดอนเมือง โดยจะสำรวจสภาพการจราจรตั้งแต่ดอนเมืองโทลล์เวย์ ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมุ่งหน้าถนนสามเสน ซึ่งมีโรงเรียนอยู่เป็นจำนวนมาก โดย  ขณะเดียวกัน ที่ศาลาว่า กทม.สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ได้จัดเตรียมห้องควบคุมกล้องวงจรปิด (CCTV) ถ่ายทอดข้อมูลสภาพการจราจรในจุดต่างๆ ซึ่งจะได้ถ่ายทอดสภาพการจราจรจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ซึ่งรับสัญญาณภาพจาก CCTV ที่ติดตั้งทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 10,000 จุด ผ่านสถานีโทรทัศน์ และวิทยุ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตอบข้อมูลด้านการจราจรให้กับประชาชนที่สนใจ นอกจากนี้ ในอนาคต กทม.จะจัดให้มีการรายงานสภาพการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนผ่านสถานีโทรทัศน์ ของกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Channel) และทางอินเทอร์เน็ต ทุกวัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทางด้วย

นายธีระชน กล่าวอีกว่า กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่จากสำนักเทศกิจ และฝ่ายเทศกิจ 50 เขต ตั้งจุดปฏิบัติการจราจร 422 จุด รวมจำนวนเทศกิจ 671 นาย ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณหน้าสถานศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ ตามโครงการเทศกิจอาสาพาน้องข้ามถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เด็กนักเรียนและผู้ปกครอง อีกทั้งได้มอบหมายให้ฝ่ายเทศกิจ 50 สำนักงานเขต ประสานสถานีตำรวจนครบาลท้องที่ออกตรวจสอบและแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางบนทางเท้า และผิวจราจรโดยเฉพาะจุดกวดขันพิเศษ ตลอดจนร่วมกับหน่วย BEST ในการซ่อมแซมยานพาหนะขัดข้องและเคลื่อนย้ายพาหนะในจุดเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรและให้เกิดสภาพคล่องโดยเร็วที่สุด

นายธีระชน กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการแก้ไขปัญหาจราจรกรุงเทพฯ ในระยะยาวนั้น ผู้ว่าฯกทม.ได้มีการหารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หรือแม้จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาว่า กทม.พร้อมที่จะเป็นผู้ดูแล องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ด้วยตนเอง โดยหนี้ที่ขสมก.มีอยู่จะต้องดำเนินการให้เป็นหนี้สาธารณะก่อนที่จะโอนภารกิจมาให้ กทม.บริหารจัดการ ซึ่งจะมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนบางเส้นทางให้เชื่อมโยงกับระบบรถไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ก็มีความประสงค์ที่จะเพิ่มเติมเส้นทางเดินเรือโดยสารในคลองฝั่ง ธนบุรี เช่นเดียวกับการเดินเรือในคลองแสนแสบ

อย่าง ไรก็ตาม ถึงรัฐบาลใหม่จะมาจากพรรคการเมืองใดก็ตาม กทม.จะยืนยันผลักดันระบบเสริมในเรื่องของระบบรางที่ กทม.ควรจะเป็นผู้จัดการระบบรางในพื้นที่ กทม.ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่ให้ กทม.ทำระบบเสริมได้ทั้งรถไฟฟ้าระบบโมโนเรล (Monorail) ระบบไลท์เรล (Light rail) ที่ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยยังไม่นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวถ้ามอบหมายกลับมาให้ กทม.ทำตามมติ ครม.เดิมตนเอง เชื่อมั่นว่า กทม.จะสามารถเปิดได้ตามกำหนดการซึ่งทั้งหมดนี้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 กำหนดให้การดูแลการคมนาคมเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น

“เราไม่อยากให้การแก้ไขปัญหามาเป็นประเด็นทางการเมือง แต่ว่าทุกวันนี้มันกลายเป็นประเด็นทางการเมือง เอกสารส่งไปตั้งนานแล้วเรื่องก็ยังไม่เข้า ครม.จนกระทั่งนัดสุดท้ายก็ไม่ได้เข้า วันนี้นักการเมืองที่จะเข้ามาใหม่โดยเฉพาะในระดับรัฐบาลกลางนี้ น่าจะมองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก อย่างที่ผู้ว่าฯพูดขอเพียงแค่ลายเซ็นอนุญาตให้เราดำเนินการ เราจะขับเคลื่อนในเรื่องระบบขนส่งมวลชนซึ่งการแก้ไขปัญหาหลักจะเป็นเรื่อง ระบบขนส่งมวลชนคงยากที่จะตัดถนนเพิ่ม คงยากที่จะทำอุโมงค์เพิ่ม” รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

หนูนา น้ำตาคลอโจรบุกบ้านเล็งติด CCTV

จากกรณีโจรบุกบ้านย่านบางบัวทอง ของนักแสดงสาวชื่อดัง “หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ” นางเอกภาพยนตร์เรื่อง “กวน มึน โฮ” และกำลังมีผลงานละครเรื่อง โลมากล้า ท้าฝัน โดนขโมยรถฟอร์จูนเนอร์ และกุญแจรถ อีก 2 คัน พร้อมกุญแจบ้าน บัตรเครติต เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดย หนูนา ได้แถลงข่าวเปิดใจทั้งน้ำตา ต่อสื่อมวลชน ว่า “ได้ทราบเรื่องตอนประมาณ 8 โมงเช้า เนื่องจากคุณแม่มาปลุก และเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้ฟัง จึงรู้สึกตกใจ และเสียใจเป็นอย่างมาก และสงสารคุณแม่ เพราะคุณแม่ร้องไห้น้ำตาคลอตลอดเวลา เพราะรถคันดังกล่าว เป็นรถที่ตนกับคุณแม่ใช้เป็นประจำ ทั้งเวลาไปส่งที่โรงเรียน และเวลาไปงานต่างๆ ซึ่งเพิ่งจะซื้อมาใช้ได้ปีกว่าๆ ไม่ถึง 2 ปี โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว และบอกว่าจะพยายามทำอย่างเต็มที่ ซึ่งก็หวังว่าจะสามารถตามจับตัวผู้ร้าย และได้รถกลับคืนมา ทั้งนี้นักแสดงสาว ยังกล่าวอีกว่า อยากจะฝากเตือนถึงทุกคนว่า ให้ระมัดระวังกันให้มากๆ และหลังจากนี้ตนก็จะติดตั้งกล้องวงจรปิด และระมัดระวังมากขึ้นด้วยเช่นกัน cctv

“ThinkPad Tablet”แท็บเล็ตเลอโนโวจ่อคิวคลอดมิ.ย.นี้

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ภาพบางส่วนในไฟล์พาวเวอร์พ้อยต์ที่หลุดออกมาจากทีมงานเลอโนโว เบื้องต้นคาดว่าเลอโนโวจะเปิดตัวแท็บเล็ตทั้งหน้าจอ 7 และ 10 นิ้ว

เลอโนโว (Lenovo) ผู้ผลิตพีซีสัญชาติจีนส่อแววเปิดตัวแท็บเล็ตแอนดรอยด์ 3.0 (Honeycomb) ในชื่อ ThinkPad Tablet ช่วงเดือนมิถุนายนนี้ คาดคุณสมบัติเครื่องถูกระเบียบเทรนด์สมาร์ทโฟนยุคหน้าเช่นการใช้ชิปดูอัลคอร์ มีลุ้นแข่งดุในตลาดองค์กรกับ PlayBook แท็บเล็ตจากแบล็กเบอรี่สัญชาติแคนาดา

กำหนดการเปิดตัวแท็บเล็ตของเลอโนโวนี้ไม่ได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ Joanna Stern ผู้สื่อข่าวไอทีจากเว็บไซต์ Thisismynext.com นำข้อมูลมาจากไฟล์พาวเวอร์พ้อยต์ซึ่งหลุดรอดออกจากเลอโนโว โดยในเอกสารระบุว่า แท็บเล็ตของเลอโนโวจะใช้ระบบปฏิบัติการ Android Honeycomb ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชันที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้งานกับอุปกรณ์แท็บเล็ตโดยเฉพาะ ทั้งหมดจะทำงานบนหน่วยประมวลผลดูอัลคอร์ Nvidia Tegra 2 รองรับ Micro USB, HDMI, SD card และมีพอร์ต USB 2.0

รายงานระบุว่า แท็บเล็ตเลอโนโวจะมีความจุให้เลือกระหว่าง 16, 32 และ 64GB รวมถึงการรองรับเทคโนโลยีเชื่อมต่อ 3G และ 4G

จุดที่น่าสนใจของ ThinkPad Tablet คือการนำจุดขายของแท็บเล็ตยุคก่อนมารวมในแท็บเล็ตของบริษัทด้วย นั่นคือการรองรับปากกาสไตลัสเพื่อให้ผู้ใช้สามารถวาดภาพหรือเขียนโน้ตบนหน้าจอได้อย่างแม่นยำ โดยยังคงเอาใจชาวออฟฟิศที่ต้องการพิมพ์งานให้ถนัด ด้วยการผลิตแป้นคีย์บอร์ดสำหรับให้ผู้ใช้เสียบแท็บเล็ตลงไปเมื่อต้องการเปลี่ยนแท็บเล็ตให้เป็นคอมพิวเตอร์พีซี

ข้อมูลรั่วเหล่านี้ทำให้ ThinkPad Tablet ถูกมองว่าเป็นการนำ HTC Flyer มาผสมกับ Motorola Atrix ขณะเดียวกัน ข้อความในไฟล์พาวเวอร์พ้อยต์นั้นระบุชัดเจนว่าเลอโนโวตั้งใจพัฒนามาเพื่อการใช้งานในองค์กร ทำให้ ThinkPad Tablet ถูกมองว่าจะเป็นคู่แข่งรายสำคัญของ PlayBook ซึ่งหวังเติบโตในตลาดเดียวกัน

นี่ถือเป็นอีกความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของเลอโนโว หลังจากผู้ผลิตแดนมังกรรายนี้เสนอซื้อแบรนด์ ThinkPad มาจาก IBM เมื่อปี 2005 หรือ 6 ปีที่แล้ว

 

ไอบีเอ็มเปิดตัว POWER7 ยิ่งใหญ่ด้วยแรงบันดาลใจจาก เทคโนโลยีวัตสัน

ไอบีเอ็ม เปิดตัวระบบ POWER7? ซึ่งได้รับการปรับแต่งสำหรับเวิร์กโหลด รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพ Power 750 เป็นเซิร์ฟเวอร์รุ่นเดียวกันกับที่ใช้ในระบบวัตสัน (Watson) ซึ่งชนะการแข่งขันตอบปัญหาในเกมโชว์ Jeopardy! ด้วยสมรรถนะการประมวลผลที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เบลด Power รุ่นใหม่ และเซิร์ฟเวอร์ Power รุ่นอัพเกรด ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการจัดการแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่ใช้ทรัพยากรระบบมากที่สุดในโลก เช่น แอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการจัดการด้านการแพทย์ บริการด้านการเงิน การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมาย ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการประมวลผลทรานแซคชั่นและข้อมูลจำนวนมหาศาลพร้อมๆ กัน ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวในแบบเรียลไทม์ POWER7 จะช่วยให้ลูกค้าสามารถทำเวอร์ช่วลไลซ์และผนวกรวมเซิร์ฟเวอร์ได้ในระดับที่สูงมาก ซึ่งจะปรับปรุงระดับราคาต่อประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และลดขนาดพื้นที่ตั้งวางในดาต้าเซ็นเตอร์

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัท ไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ผลการวิจัยตลาดแสดงให้เห็นว่ามีลูกค้าจำนวนมากขึ้นที่เลือกใช้ IBM Power Systems.TM เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ ข้อมูลจากไอดีซีชี้ว่า ไอบีเอ็มสามารถขยายความเป็นผู้นำในเซิร์ฟเวอร์ UNIX? ในช่วงไตรมาสที่สี่ของปี 2553 โดยครองส่วนแบ่งตลาดทางด้านรายได้สูงถึง 53.9 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้น 5.9 เปอร์เซ็นต์ และสูงกว่าคู่แข่งอันดับที่ 2 มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

กลยุทธ์ของเราให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า เพราะมีลูกค้าหันมาใช้ Power Systems กันมากขึ้น การเปิดตัวระบบ Power รุ่นใหม่ในวันนี้แสดงให้เห็นถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของไอบีเอ็มในการพัฒนาเซิร์ฟเวอร์ที่ปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับเวิร์กโหลด เพียงสองเดือนหลังจากที่เราสาธิตการทำงานของระบบ Watson ซึ่งเป็นแนวโน้มถึงอนาคตของระบบประมวลผล พร้อมความสามารถที่ก้าวล้ำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการเรียนรู้ นั่นแสดงว่าเพียงในระยะเวลาอันสั้นไอบีเอ็มก็สามารถพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบ Power ตอบโจทย์แนวโน้มความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว”

ผลิตภัณฑ์ Power Systems รุ่นใหม่ได้แก่:

? IBM BladeCenter? PS703 รุ่น 16 คอร์ แบบ single-wide และ IBM BladeCenter PS704 รุ่น 32 คอร์ แบบ double-wide ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกใหม่นอกเหนือจากการติดตั้งเครื่องจำนวนมากไว้บนแร็ค ทั้งนี้ รุ่น PS704 มีประสิทธิภาพสูงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ด้วยจำนวนคอร์ที่เพิ่มขึ้นสองเท่า แต่ใช้พื้นที่ตั้งวางและระดับพลังงานเท่ากับเบลด POWER7 รุ่นก่อนหน้า เบลด POWER7 รุ่นใหม่สนับสนุนการผนวกรวมเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากโดยประหยัดพลังงานได้มากกว่า

? IBM Power 750 Express รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับที่ใช้ขับเคลื่อน Watson ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูลที่ท้าทายมากที่สุด โดย Power 750 ได้รับการอัพเกรดด้วยออปชั่นมากมาย รวมถึงโปรเซสเซอร์ POWER7 ที่ให้สมรรถนะการทำงานสูงกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับเซิร์ฟเวอร์ 32 คอร์ เช่น เซิร์ฟเวอร์ SPARC T3-2 ของออราเคิล และสูงกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับ Integrity BL890c i2 ของเอชพี

? ส่วน IBM Power 755 รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นคลัสเตอร์โหนดประมวลผลแบบประสิทธิภาพสูงที่ประกอบด้วยคอร์ POWER7 จำนวน 32 คอร์ และโปรเซสเซอร์ที่รวดเร็วกว่า

นอกจากนี้ ไอบีเอ็มยังได้เปิดตัวอุปกรณ์ Systems Director Management Console ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบดาต้าเซ็นเตอร์สามารถควบคุมทั้งเซิร์ฟเวอร์และเบลด Power โดยใช้อินเทอร์เฟซแบบครบวงจรสำหรับการจัดการทรัพยากรระบบแบบฟิสิคอลและเวอร์ช่วลไลซ์

พร้อมกันนี้ ไอบีเอ็มได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Intelligent Cluster ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มประมวลผลประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน รวมถึงแพลตฟอร์ม BladeCenter หรือ iDataPlex ผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้ช่วยให้ลูกค้ากลุ่มต่างๆ เช่น สถาบันการเงิน และบริษัทสำรวจแหล่งพลังงาน สามารถสร้างระบบ HPC ที่ช่วยลดค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการระบายความร้อนได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Intelligent Cluster ได้แก่

? แพลตฟอร์มใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด Intel Xeon E7

? โซลูชั่น 10Gb Ethernet ใหม่ที่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของเวิร์กโหลด HPC โดยลดความล่าช้าของระบบได้ถึง 11 เท่า

? โซลูชั่น InfiniBand ใหม่สำหรับ Intelligent Cluster ซึ่งประกอบด้วยอีเธอร์เน็ตเกตเวย์แบบในตัว จึงไม่จำเป็นต้องใช้สวิตช์อีเธอร์เน็ตแยกต่างหากเพื่อปรับปรุงเวิร์กโหลดต่างๆ เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Watson เป็นระบบของไอบีเอ็มที่ร่วมตอบปัญหาในเกมโชว์ Jeopardy! และสามารถเอาชนะแชมเปี้ยน Jeopardy! ได้สำเร็จ ระบบดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยใช้ Power Systems ของไอบีเอ็ม Watson นับเป็นพัฒนาการก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงมุมมองเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากเดิมที่มองว่าคอมพิวเตอร์เป็น “เครื่องคำนวณ” แต่จากนี้เป็นต้นไป คอมพิวเตอร์จะเป็น “อุปกรณ์ที่สามารถเรียนรู้ได้” คณะนักวิทยาศาสตร์ของไอบีเอ็มได้สร้างระบบ Watson โดยใช้เทคโนโลยี IBM POWER7 ภายใต้ความพยายามในการสร้างสรรค์ระบบประมวลผลรุ่นอนาคต ด้วยการเปิดตัวระบบ Watson นับเป็นครั้งแรกที่ระบบคอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ภาษามนุษย์และความซับซ้อนอื่นๆ ทางภาษา ซึ่งคนเราสามารถเข้าใจได้เป็นอย่างดี แต่คอมพิวเตอร์รุ่นเก่าไม่สามารถเข้าใจภาษาดังกล่าวได้

ในโลกธุรกิจ Power Systems ของไอบีเอ็มประกอบด้วยเทคโนโลยีขั้นสุดยอดที่สามารถรองรับแอพพลิเคชั่นและบริการใหม่ๆ ได้อย่างกว้างขวาง นอกจากนั้น ระบบดังกล่าวยังช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการแอพพลิเคชั่นและบริการที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทางด้านเวอร์ช่วลไลเซชั่น การประหยัดพลังงาน การใช้หน่วยความจำอย่างมีประสิทธิภาพ และระดับราคา ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

สื่อมวลชนติดต่อ : ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด
จินรี ตัณมณี โทร. 02-273-4676

 

ซิสโก้ ขอเชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์ครั้งแรก “เมื่อ “ดีไซน์” ผสานกับ “เทคโนโลยีไวร์เลสเน็ตเวิร์ค” ตอบสนอง “ไลฟ์สไตล์แบบไร้สาย” อย่างลงตัว

ด้วยความแรงและการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของของอุปกรณ์เชื่อมต่อไร้สาย “รูปแบบการเชื่อมต่อแบบไร้สาย” จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตปัจจุบันของ“ทุกคน”อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะแค่ผู้ชื่นชอบในเรื่องเทคโนโลยีเท่านั้น บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ ผู้นำด้านระบบเครือข่ายอับดับหนึ่งของโลก ขอนำเสนออุปกรณ์ “ไวร์เลสเราเตอร์โฉมใหม่” — “Linksys E4200 และ ผลิตภัณฑ์เราเตอร์ในตระกูล E (E-Series)” ครั้งแรกกับดีไซน์สปอร์ตสุดหรู โฉบเฉี่ยวทันสมัย พร้อมความสามารถเหนือชั้นและประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเทคโนโลยีของซิสโก้ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตไร้สายในปัจจุบัน และยังเป็นอุปกรณ์การตกแต่งบ้านและสำนักงานได้อย่างลงตัว ไม่ซ้ำใคร

ซิสโก้มีความยินดีเรียนเชิญท่านสื่อมวลชน เข้าร่วมงานแถลงข่าว โดย มร.บีพี ตัง ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชีย กลุ่มผลิตภัณฑ์ซิสโก้คอนซูมเมอร์ และ มร. แม็กส์ โค ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ โฮม เน็ตเวิร์ค ร่วมอัพเดทแนวโน้มของผู้ใช้ “ไวร์เลส เราเตอร์” ในประเทศไทย พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงความต้องการในการใช้อุปกรณ์ “ไวร์เลสเราเตอร์” สำหรับบ้านและสำนักงานเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบไร้สายในปัจจุบัน (Wireless Lifestyle)

วัน: วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554
เวลา: 13.30 น. — 15.00 น. (ลงทะเบียนเวลา 13.00 น.)

สถานที่: ห้องเรสซิเดนซ์ 305 ชั้น M โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (สถานีรถไฟฟ้าชิดลม)

 

อัศวินบอกรู้รถดักยิง’ประชา’แล้ว-จ่อถกสืบ

รักษาการ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พบ คนร้ายดักยิง “ประชา” ใช้รถกระบะสีดำ พร้อมประสานตรวจกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด ชี้กระสุนที่ใช้ ไม่มีขายในท้องตลาด



 

 

 

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ 10 รักษาการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยภายหลังผลการประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามคนร้ายก่อเหตุลอบยิง นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ สังกัดพรรคเพื่อไทยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด จำนวน 4 ตัว ที่พบในพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุ ทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุใช้รถกระบะสีดำเป็นยานพาหนะ แต่ความชัดเจนของกล้องยังไม่สามารถมองเห็นยี่ห้อของรถ และหมายเลขทะเบียนได้ ซึ่งหลังจากนี้จะได้มีการประสานไปยังสถาบันที่เชี่ยวชาญร่วมกันตรวจสอบอีกครั้งนอกจากนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับกระสุนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้น เป็นกระสุนที่ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป นอกจากจะจำหน่ายกันในตลาดมืด หรือเป็นของรัฐเท่านั้น ส่วนสาเหตุของการยิงนั้นโดยส่วนตัวของผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นประเด็นทางการเมืองจากฝ่ายตรงข้าม แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการสืบสวนเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอีกครั้งในเวลา 13.00 น.

 

 

ระดมเจ้าหน้าที่อำนวยการจราจรรับเปิดเทอม

กทม.จัดเทศกิจ 671 นายดูแลการจราจรหน้าโรงเรียนดัง ลดปัญหาติดขัดวันเปิดเทอม 18 พ.ค.นี้ พร้อมจัดทีม BEST ซ่อมแซมรถเสียและเร่งเคลื่อนย้ายรถเปิดเส้นทางให้คล่องตัว ขณะที่ ผู้ว่าฯ กทม.จะนำสื่อมวลชนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ร่วมตรวจสภาพจราจรตลอดเส้นทางวิภาวดีรังสิต-ถ.สามเสน และใช้ CCTV รายงานการจราจรบนท้องถนนช่วยประชาชนวางแผนการเดินทาง

ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวการเตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้านการจราจรของกรุงเทพมหานครในวันเปิดภาคเรียน 18 พ.ค.54 โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าสถานศึกษาซึ่งส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ โดย กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่จากสำนักเทศกิจ และฝ่ายเทศกิจ 50 เขต ตั้งจุดปฏิบัติการจราจร 422 จุด รวมจำนวนเทศกิจ 671 นาย ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณหน้าสถานศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ ตามโครงการเทศกิจอาสาพาน้องข้ามถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เด็กนักเรียนและผู้ปกครอง อีกทั้งได้มอบหมายให้ฝ่ายเทศกิจ 50 สำนักงานเขต ประสานสถานีตำรวจนครบาลท้องที่ออกตรวจสอบและแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางบนทางเท้าและผิวจราจรโดยเฉพาะจุดกวดขันพิเศษ ตลอดจนร่วมกับหน่วย BEST ในการซ่อมแซมยานพาหนะขัดข้องและเคลื่อนย้ายพาหนะในจุดเกิดอุบัติเหตุ เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรและให้เกิดสภาพคล่องโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ในวันที่ 18 พ.ค.54 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะนำสื่อมวลชนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ จากสนามบินดอนเมือง ถ.วิภาวดีรังสิต เพื่อตรวจสภาพการจราจรในเส้นทางดอนเมืองโทลเวย์ ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มุ่งหน้าถนนสามเสนเนื่องจากมีโรงเรียนตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งจะถ่ายทอดสภาพการจราจรจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิด (CCTV) ซึ่งรับสัญญาณภาพจาก CCTV ที่ติดตั้งทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 10,000 จุด ผ่านสถานีโทรทัศน์ และวิทยุ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตอบข้อมูลด้านการจราจรให้กับประชาชนที่สนใจ นอกจากนี้ในอนาคต กทม.จะจัดให้มีการรายงานสภาพการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนผ่านสถานีโทรทัศน์ของกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Channel) และทางอินเตอร์เน็ต ทุกวัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทางด้วย

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการแก้ไขปัญหาจราจรกรุงเทพฯ ในระยะยาวนั้น จำเป็นต้องบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนให้เชื่อมต่ออย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เช่น การเพิ่มเติมเส้นทางการเดินเรือโดยสารในคลองฝั่งธนบุรีเช่นเดียวกับการเดินเรือในคลองแสนแสบ การก่อสร้างโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียว และการพิจารณาปรับเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางให้สอดคล้องกับระบบรางและระบบเสริม โดยกทม.พร้อมรับมาดำเนินการเอง เนื่องจากตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 กำหนดให้การดูแลการคมนาคมเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบัน กทม.ได้เร่งผลักดันให้เกิดระบบเสริมอย่างต่อเนื่อง เช่น รถไฟฟ้า Monorail พร้อมทั้งได้เร่งขยายเส้นทางส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางให้สะดวกยิ่งขึ้นและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนด้วย


Deal of the Day: Lenovo ThinkPad X220 12.5-inch Ultra-

laptop1 Deal of the Day: Lenovo ThinkPad X220 12.5 inch Ultra portable for Core i3 $806

 

If you are in the market for a new laptop, then you can grab a Lenovo ThinkPad X220 12.5-inch with a 10%  exclusive LogicBuy stackable coupon for even more savings.The Lenovo ThinkPad X220 laptop weighs less than 3 pounds, has a 12.5-inch LED display, and is can be powered by a Core i3 or Core i5 processor. The icing on the cake is a battery that can last up to 12 hours.

To get the cheapest customizable base ThinkPad X220i Core i3 deal click here.

For more great Daily Deals Check out LogicBuy